พระร่วงรางปืน
พระร่วงรางปืน เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ในอิริยาบถยืนบนแท่น ภายในซุ้มเรือนแก้ว พระหัตถ์ขวายกขึ้นระดับพระอุระ พระกรซ้ายทอดลงขนาดกับลำพระองค์ แบหงายฝ่าพระหัตถ์ออกด้านหน้าเป็นกิริยาประทานพร ครองเครื่องจีวรห่มคลุมบางแนบพระวรกาย ปรากฏเส้นขอบจีวร บริเวณรอบพระศอและมีชายจีวรเป็นเส้นพลิ้วบางขนานกับพระองค์ตกลงมาเบื้องล่าง รายละเอียดของพระพักตร์ชัดเจน สีพระพักตร์ค่อนข้างเคร่งขรึม สวมศิราภรณ์ ได้แก่ กระบังหน้าและมงกุฎรูปกรวยหรือที่เรียกกันว่า หมวกชีโบ นุ่งสบง คาดด้วยรัดประคดที่มีการตกแต่งลวดลายที่ปรากฏในศิลปะเขมร แบบบายน ที่มีชื่อเรียกว่า พระร่วงรางปืน หรือ พระร่วงหลังรางปืน เนื่องจากด้านหลังขององค์พระมีลักษณะเป็นร่องลึกยาวนับเป็นพระพิมพ์ที่นิยมเล่นหากันมาเป็นเวลานานทั้งยังได้รับการยกย่องให้เป็นจักรพรรดิ แห่งพระเนื้อชิน ประวัติการณ์แตกกรุ จากคำบอกเล่าและบันทึกต่อกันมาพอสรุปได้ว่าราว พ.ศ. ๒๔๙๐ (บ้างว่า พ.ศ.๒๔๙๓ บ้างก็ว่า พ.ศ.๒๔๙๙ ข้อมูลไม่ตรงกัน) ได้มีการลักลอบขุดเจาะพระปรางค์ ประธานวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัยและพบพระร่วงรางปืน บรรจุอยู่ในไหโบราณ จำนวนประมาณ ๒๐๐-๒๔๐ องค์ กว่าครึ่งของพระพิมพ์ที่พบอยู่ในสภาพชำรุด พระร่วงรางปืนจัดเป็นพระพิมพ์สกุลช่างสกุลสุโขทัย ที่ได้รับอิทธพลจากศิลปะเขมรสมัยบายน หรือศิลปะแบบลพบุรีอายุราวพุทธศตวรรษ ที่ ๑๘ เป็นพระพิมพ์เนื้อชินตะกั่วสนิมแดง เดิมจึงเรียกว่าพระสนิมแดง สันนิษฐานกันว่าคำเรียดขานพระพิมพ์ที่มีพุทธลักษณะเช่นนี้ว่า พระร่วง มีที่มาจากพระร่วงโรจนฤทธิ์ศรอินทราทิตย์ธรรมโมภาสมหาวชิราวุธปูชนียบพิตร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯให้ปฏิสังขรณ์ขึ้นจากพระพุทธรูปที่ชำรุดเหลือเพียงพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาทที่ทรงได้มาจากเมืองศรีสัชนาลัย และนำมาประดิษฐานไว้ที่วิหารด้านทิศเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องจากนักสะสมเห็นว่ามีพุทธลักษณะคล้ายคลึงกับพระสนิมแดง
|