ค้นหา เว็ปทั่วไทย ในเว็ปมงคลทิพย์ [ ]    โดย    google
 
ประจำเดือน
มกราคม-กุมภาพันธ์ 2551
ประจำเดือน
ธันวาคม - มกราคม 2551
ประจำเดือน
พฤศจิกายน-ธันวาคม 2550
ประจำเดือน
ตุลาคม-พฤศจิกายน 2550
เปิดอกคุย
กับ พิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์)
        สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆและน้องๆชาววงการพระเครื่องทุกท่าน กลับมาพบกับผม ต้อย เมืองนนท์ อีกครั้งใน นิตยสารพระเครื่องทิพย์สยามฉบับที่ 7 นี้ตัวผมเองนั้นก็เป็นกรรมการตัดสินพระเครื่องประเภทพระเบญจภาคีมาก็นาน เห็นพระสมเด็จวัดระฆังฯ มาก็มากไม่ใช่น้อย คิดแล้วจะไม่พูดไม่บอกเล่ากันก็คงจะไม่ได้ เมื่อไม่นานมานี้เองมีคนนำ พระสมเด็จมาให้ผมดู ผมก็ดูแล้ว พิมพ์ทรงมันไม่ถูกต้องเนื้อพระมันก็ไม่ใช่ที่ในวงการพระยอมรับกัน ไอ้การที่ผมชอบพูด อะไรตรงๆผมก็บอกเขาว่าพระองค์นี้มันเทียมไม่ใช่พระที่สมเด็จพุฒาจารย์โตเป็นคนสร้างหรอก แต่อาจจะสร้างมานานแล้ว เนื้อพระก็เลยดูเหมือนเก่า เจ้าของพระตอนแรกก็พูดคุยกับผมดีพอผมบอกเสร็จเท่านั้นแหละสีหน้าเริ่มเปลี่ยนลุกขึ้นยืน แล้วบอกว่า จะบ้าหรือไงพระองค์นี้ได้มาตั้งแต่ครั้ง ปู่ ย่า ตา ยาย แล้ว ถ้านับอายุก็ 70 - 80 ปีไปแล้ว แล้วก็
พูดว่าไม่มีเหตุผลตัวผมเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาอย่างนี้นั่งให้ใจเย็นๆก่อนผมจะเล่าให้ฟัง ถ้าผมบอกคุณว่าพระสมเด็จ มีของปลอม ตั้งแต่สมัยพุฒาจารย์โตยังไม่มรณภาพจะเชื่อไหม เขาก็นั่งฟัง ไหนคุณลองเล่ามาให้เข้าใจหน่อยว่ามันมีเก๊ มาตั้งแต่สมัยท่านยังไง ท่านสมเด็จพุฒาจารย์โตท่านเป็นพระนักเทศน์นักปฏิบัติธรรมและเป็นพระที่มีวิทยาคมสูง เพราะฉะนั้นคนในสมัยก่อนก็มีความศรัทธาในตัวท่าน ทั้งคนธรรมดาไปจนถึงพระมหากษัตริย์ในสมัยรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 รวมถึงรัชกาลที่ 4 ต่างก็นับถือท่าน วัตถุมงคลของท่านในสมัยนั้นต่างก็มีผู้คนสนใจอยากได้เป็นเจ้าของ เป็นธรรมดา แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ไปหาท่านแล้วจะได้เพราะในสมัยนั้น ท่านสร้างพระด้วยมือไม่ได้ใช้เครื่อง อย่างพระเนื้อผง ของท่านนั้นไม่ใช่มีแค่เปลือกหอยกับปูน แต่ยังมีมวลสารซึ่งท่านจะต้องโขลกต้องตำด้วยมือของท่านเอง พร้อมกับปลุกเสกไปในตัว เพราะฉะนั้นในครั้งหนึ่งๆจะได้พระสักกี่องค์ แต่ใช่ว่าท่านจะสร้างพระทุกวัน วันไหนท่านมีกิจนิมนต์หรือมีธุระไปที่อื่นท่านก็ไม่ได้สร้าง แล้วเมื่อก่อนถนนหนทางก็ยังไม่ดีจะไปวัดระฆังฯ ไปหาหลวงพ่อก็ไม่ใช่ไปกันง่ายๆแบบสมัยนี้ คนที่ไปหาหลวงพ่อที่วัดก็อยากจะได้วัตถุมงคลของท่านกันทั้งนั้น เราก็รู้ๆอยู่ว่านิสัยคนไทยอยากได้อะไรก็หาของมาแลกเปลี่ยน อาจจะใช้เงินแลกเพื่อที่จะได้วัตถุมงคลของท่านไปก่อน อาจจะเป็นว่าเธอได้มาวันนี้เธออยู่ใกล้วัดวันหลังเธอมาเอาไปใหม่แล้วกันฉันให้เงินเธอ 2 ชั่ง 3 ชั่ง เอาไม่เอาก็ว่ากันไป นั่นก็เท่ากับว่ามีการซื้อขายโดยปริยาย ทำให้คนแถววัดหรือคนที่มีสมองไปในทางหัวหมอเกิดมีความคิดว่าพระของหลวงพ่อ ซื้อขายได้ฉะนั้นเราก็ควรมาหาท่านบ่อยๆเพื่อที่จะได้พระเผื่อใครที่ไม่ได้เราจะได้ขาย แต่พอท่านจำหน้าได้ ท่านก็อาจจะพูดว่าเอ็งได้ไปแล้วจะมาเอาอีกทำไมอะไรอย่างนี้ พวกหัวหมอก็เลยสร้างเองโดยการที่เอาแบบของพระ สมเด็จก็คือพระสีขาวๆนั่งอยู่บนฐาน 3 ชั้น ก็ทำกันออกมาโดยที่สมัยนั้นเขาไม่ได้คำนึงถึงเรื่องพิมพ์กันเอาออกมาให้ คล้ายกันเท่านั้นก็พอ ชาวบ้านต่างถิ่นมาหาหลวงพ่อที่วัดแล้วไม่ได้พระสมเด็จที่หลวงพ่อแจก พวกนี้ก็จะมาพูดคุยด้วยว่า มีพระของหลวงพ่อจะแบ่งไปก่อนเอาไหมราคาเท่านั้นราคาเท่านี้ก็ว่ากันไป เมื่อก่อนไม่มีการซื้อขายพระไม่มีการเล่นพระ เมื่อเห็นเป็นพระขาวๆก็นึกว่าเป็นของหลวงพ่อจริงๆบวกกับการเดินทางมาก็ไม่ใช่ง่ายๆก็เลยยอมเสียเงินเสียทองกันไป นั้นแหละคือการปลอมพระในสมัยก่อน ดังนั้นสิ่งที่ผมพูดออกมาก็ถือได้ว่าเป็นความรู้อีกอย่างหนึ่งว่า พระเก๊นั้น มีมานานแล้วไม่ใช่เกิดขึ้นในสมัยนี้
 
พิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์)