|
|
เปิดอกคุย
กับ พิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์)
|
|
 |
|
สังคมในวงการพระยุคปัจจุบันนี้มีการพัฒนาและกว้างขวางขึ้นตามลำดับ มีนักสะสมที่นิยมชมชอบพระเครื่องอยู่ในวงการเรียกได้ว่าทุกระดับชั้น ไล่เรียงกันตั้งแต่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คหบดี คนระดับกลางและระดับล่างจนกระทั่งนักศึกษา เรียกได้ว่ามีครบทุกวงการที่ได้เข้ามาร่วมสะสมและเล่นพระแม้แต่ผู้หญิง แต่การเล่นพระในปัจจุบันนี้มีความแตกต่างจากนักเล่นพระในอดีตเป็นอย่างมาก ในอดีตคนส่วนใหญ่เขามักจะเล่นพระโดยคำนึงถึงพระเก่าเป็นหลัก ต่อมาก็คำนึงถึงในเรื่องพุทธศิลป์ ต่อมาก็จะคำนึงถึงความยากง่ายในการหาพระ โดยเฉพาะพระพุทธรูปซึ่งในสมัยก่อนจะต้องถือว่าเป็นพระหลักมากกว่าพระเครื่องซึ่งจะเน้นถึงความเก่าและศิลปะขององค์นั้นๆ โดยจะเน้นที่อายุพระสูงๆเป็นหลัก อย่างเช่น พระพุทธรูปสมัยทวารวดี ศรีวิชัย สุโขทัย เชียงแสน อู่ทอง ลพบุรี และเขมร ไล่ตามกันลงมา |
โดยจะเน้นกันที่องค์ที่มีพุทธศิลป์สูงๆ โดยเฉพาะศิลปะที่ถูกถ่ายทอดมาจากฝีมือของช่างหลวง ส่วนพระเครื่องในสมัยนั้นก็มักจะเน้นกันที่พระกรุที่มีอายุและมีความใหญ่ โดยเฉพาะวัดต่างๆที่มีคำว่า มหาธาตุ ต่อท้ายเพราะวัดต่างๆที่มีคำว่าพระธาตุต่อท้าย จะต้องมีพระซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะถูกสร้างโดยเจ้านายระดับใหญ่ของเมืองหลวงหรือพระมหากษัตริย์เป็นผู้สร้างและบรรจุเอาไว้ เช่น วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดพระมหาธาตุ หรือ วัดบรมธาตุ เป็นต้น วัดเหล่านี้มักเป็นวัดหลวงที่ถูกสร้างขึ้นให้คู่กับพระมหากษัตริย์ต่างๆในสมัยนั้น อย่างเช่น วัดบรมธาตุ ของจังหวัดกำแพงเพชรก็ถือว่าเป็นวัดหลวงที่อยู่คู่กับ พระมหาธรรมราชาลิไท ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์ในสมัยของกรุงสุโขทัยเป็นต้น ซึ่งพระต่างๆที่ถูกบรรจุอยู่ที่วัดบรมธาตุนั้น ส่วนใหญ่เป็นพระที่มีชื่อเสียงและมีความสวยงดงามเป็นอย่างมากของวงการพระเครื่อง อย่างเช่น พระกำแพงซุ้มกอ พระลีลาเม็ดขนุน พระกำแพงเปิดโลก และ พระนางกำแพง ต่างๆเป็นต้น ในสมัยก่อนหากใครได้ครอบครองพระต่างๆ ที่กล่าวมาเบื้องต้น มักจะรักและหวงแหนกันเป็นอย่างมาก พกไปที่ไหนก็จะมีความภูมิอกภูมิใจ ส่วนพระเกจิอาจารย์ในสมัยนั้นก็มีความนิยมกันอยู่บ้างแต่ก็น้อยจะเลือกสะสมกันก็แต่พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงและมีวิทยาคมที่สูงๆอาทิเช่น หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ หลวงพ่อดิ่ง วัดบางบัว และ หลวงพ่อสาย วัดพยัคฆาราม ซึ่งพระเกจิอาจารย์เหล่านี้ล้วนแต่เป็นที่ยอมรับของมหาชนคนในวงการพระยุคนั้น เป็นต้นต่อมาในยุคหลังๆการเล่นพระและการสะสมพระก็ได้แปรเปลี่ยนไป ปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเพราะพระเก่าๆที่ได้พูดถึงนั้นค่อนข้างมีน้อยและหายาก แต่มหาชนที่เข้ามาสู่ในวงการพระปัจจุบันนี้มีมากขึ้นหลายเท่าทวีคูณ พระหลายๆอย่างที่ถูกละเลยไปในอดีตก็ได้กลับมามีคุณค่ามากขึ้น บางอย่างก็กลับมามีราคาแพงกว่าพระกรุพระเก่าในอดีตเสียอีก แต่ถ้าให้เปรียบเทียบในการเล่นพระในอดีตกับการเล่นพระในปัจจุบันนี้ ก็ต้องยอมรับว่าแตกต่างกันมากเพราะคนเล่นพระในสมัยก่อนจะเช่าหาพระกันแต่ละองค์จะต้องใช้ระยะเวลาใช้ความอดทน และก็ต้องใช้ความอุตสาหะ เช่าหามาแล้วก็ต้องลืมไปเลยว่าจะให้คนอื่นเช่าต่อเพราะคนสมัยนั้นจะมีความหวงแหนกันเป็นอย่างมากและมีความอดทนในการเก็บรักษาพระของตนเองเอาไว้นั้นสูง ส่วนการเล่นพระในสมัยนี้มีการแปรเปลี่ยนไปเพราะคนในสมัยนี้เล่นพระมักจะนึกถึงตลาดก่อนเป็นอันดับแรก มีการเปลี่ยนมือกันง่ายแค่เช่ามาตอนเช้าพอตกบ่ายก็เปลี่ยนมือกันแล้ว กระแสพระอะไรมาแรงก็แห่กันไปเช่าไปเก็บไปเก็งไปตุนเอาไว้เพื่อมีกำไร โดยบางคนทำอย่างนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำเลยว่าพระรุ่นนั้นเขาปลุกเสกและทำพิธีที่ไหนมาบ้างแล้ว ทุกวันนี้เล่นพระส่วนใหญ่มักจะเน้นเปลี่ยนมือให้ไว้ เน้นการมีกำไรกันมากๆไม่ได้เน้นถึงศิลปะและเน้นถึงคุณค่าที่บรรพบุรุษของเราที่ได้ตั้งใจไว้ในอดีต ทุกวันนี้ในบางครั้งก็อดวิตกไม่ได้ว่าวงการพระบ้านเราจะเปลี่ยนแปลงกันไปขนาดไหน ความมีคุณค่าของศิลปะความมีคุณค่าของพระซึ่งเป็นของคู่กันกับประเทศไทย ของที่ซึ่งบรรพบุรุษของเราได้บรรจงสร้างเอาไว้จะเสื่อมคลายกันไปแค่ไหน เพราะทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่าพระที่สร้างขึ้นมาเมื่อวานนี้ก็มาทำราคากันให้สูงๆ ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่ทิศทางของนักสะสมพระเครื่องตัวจริง คำว่าสะสมก็คือ การรักษา รู้คุณค่า ละ หวงแหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเจตนารมณ์ที่บรรพบุรุษเราที่ต้องการให้เรารักษากันเอาไว้ให้อยู่กับพระศาสนาและสร้างเอาไว้ให้เราภาคภูมิใจ เรานับถือศาสนาพุทธเรามีสมบัติที่คนรุ่นก่อนสร้างเอาไว้เพื่อให้เป็นสมบัติของชาติ สมควรที่เราจะรักษาและหวงแหนช่วยกันอนุรักษ์ตามแบบเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ |
| |
พิศาล เตชะวิภาค (ต้อย เมืองนนท์) |
|
|
|
 |
| |
|
 |
 |
| |
|
|