ค้นหา เว็ปทั่วไทย ในเว็ปมงคลทิพย์ [ ]    โดย    google
 
ภูมิคุ้มกันพระเก๊

ภูมิคุ้มกันพระเก๊ < ระวังจะถูก "เบิกเนตร"
           ผู้เขียนอยากจะพูดถึงอดีตที่ผ่านมาระหว่าง พ.ศ. 2495 – 2497 ยุคนั้น “สนามพระ” ที่ผู้คนส่วนมากรู้จักคงจะเป็นวัดมหาธาตุ เซียนรุ่นเก่าแทบจะรู้ว่ามีกี่คนไม่เยอะเหมือนสมัยนี้ และเซียนแต่ละท่านสายตาเฉียบคมเหมือเหยี่ยว เรียกว่าเห็นพระในมือคนถือ มองปุ๊บรู้เลยว่าเก๊หรือแท้ ไม่ต้องหยิบมาดูเลย นัยน์ตาแต่ละท่านเฉียบจริง ๆ ผู้เขียนยังเรียนหนังสือแต่ก็ชอบเรื่องพระก็พอมีเวลาว่าง ๆ ไม่รู้จะไปไหนก็ชอบไปเดินหน้าศาลอาญาและวัดมหาธาตุ เดินดูพระไปเรื่อยเปื่อยตามภาษาคนอยากรู้อยากเห็น รู้บ้างไม่รู้บ้างใครดูอะไรก็ดูบ้างแล้วฟังเขาคุย พอรู้งู ๆ ปลา ๆ พิมพ์นี้เรียกพระอะไรก็จำไปสมัยก่อนหนังสือพระเครื่องมีน้อยจะหารูปแบบเปรียบเทียบก็แสนจะยาก แค่จะเอาไปกินขนมยังยากแล้วจะเอาปัญญาที่ไหนไปซื้อตำรา ก็อาศัยความอดทนบวกกับความสนใจเรื่องพระไปสัมผัสกับบุคคลเหล่านี้
พระกำแพงเม็ดขนุน ทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร

            จนมาถึงสนามวัดราช ผู้เขียนทำงานมีรายได้พอที่จะหาเช่าได้ในสมัยนั้นก็ได้พระใหม่ ๆ เช่น หลวงปู่ภู ราคายังไม่แรง พอจะมาศึกษาความแห้งเก่า พิมพ์ทรงไปโชว์ใครเขาก็เฉยเพราะเขาถือว่าไม่เก่าพอที่จะคุยด้วย คุณลองคิดดูว่าถ้าเป็นคุณจะคิดยังไง ที่ทำได้แค่ทำใจคิดจะหาพระดัง ๆ เก่า ๆ จะไปหาที่ไหน พระหาไม่ยากแต่เงินที่จะเช่าเขานั้นซิคือปัญหาสำคัญ

           ผู้เขียนพยายามตีสนิทกับเซียนใหญ่ ๆ หลายคนเพื่อหาความรู้เพื่อเสริมทักษะตัวเองแล้วก็ไปตามบ้านญาติผู้ใหญ่ ดูพระของเขาคนสมัยก่อนไม่ค่อยหวงพระ ลูกหลานขอจะหยิบให้ทันทีและยังอธิบายว่าองค์นี้เอาไปทำไมเอาองค์นี้สิ พระเก่าปู่แกเก็บไว้นาน เขาบอกว่าเป็นของพระพุทธบาทนิลัน ผู้เขียนงง เพราะผู้เขียนไม่รู้จักเห็นทรงแล้วไม่ชัดเจนดูเลอะ ๆ ผู้เขียนก็ไม่เอาไปเลือกพระพิมพ์สวย ๆ เก่า ๆ ได้มาองค์ดีใจยังไง ๆ ต้องเป็นสมเด็จแน่ ๆ รีบนำไปให้เซียนที่ผู้เขียนคุ้นเคยดูเซียนหัวเราะแล้วบอกว่าเดี๋ยวนี้นายเก่งขึ้นเยอะพระองค์นี้แท้แน่นอน ผู้เขียนถามสมเด็จใช่ไหม? เขามองหน้าทำหน้าพิลึกผู้เขียนตกใจ องค์นี้สนเด็จที่ไหนใครบอกคุณ ผู้เขียน บอกเขาว่าผู้เขียนไม่รู้ไปเอามาจากบ้านน้า คุณรู้ไหมสมเด็จต้องเก่ากว่านี้ นี่แค่วัดสุทัด (ผู้เขียนจะเป็นลม) เซียนใหญ่ต่อคำพูด “เป็นพระเครื่องของพระครูมูล” ท่านทำสมัยอินโดจีน ผู้เขียนไม่รู้จักพระครูมูลทำให้ท้อแท้ทำยังไงถึงจะหาพระดี ๆ มาโชว์เขาได้ จะได้มีกำลังใจ ผู้เขียนกลับมาบ้านนั่งส่องดูพระครูมูลผู้เขียนก็ว่าเนื้อหนาดีทำไมไมไม่ใช่สมเด็จผู้เขียนไม่ละความพยายามไหน ๆ ก็ไหน ๆ คิดจะเล่นพระต้อพยายาม จะให้ใครสอนแค่ไหนไม่ใช่การสอนหนังสือ

            ผู้เขียนทำใจวางเฉยขึ้นบ้านนี้บ้านโน้นไม่ใช่ขึ้นไปขโมยพระนะเดี๋ยวจะเข้าใจผิดเพื่อดูพระของญาติบ้างของเพื่อนบ้าง จนโดนเพื่อนรุ่นเดียวกันกระเซ้าไอ้นี้แก่เกินวัย ตัวแค่นี้เล่นพระ วัยรุ่นเขาต้องหาประสบการณ์ชีวิต รัก ๆ ใคร่ ๆ ผู้เขียนบอกว่าผู้เขียนไม่หล่อเหมือนพวกคุณแล้วอีกอย่างที่สำคัญเงินน้อยศึกษาเรื่องพระนะดีแล้วสบายใจ แต่ยอมรับว่าบางครั้งก็เสียใจที่ทำอะไรไม่ได้ดังใจนั้นคือความคิดของวัยรุ่นใจร้อย ผู้ใหญ่เขาสอนเล่นพระต้องใจเย็นค่อย ๆ ศึกษาไปเรื่อย ๆ รู้เป็นอย่าง ๆ อย่ารู้ไปให้หมดจะปวดหัว

            เพราะพระเครื่องมีหลายชนิด ดิน – ชิน – ผง – ว่าน เหรียญแต่ละอย่างก็แยกไปอีกมากมาย จึงแนะนำให้ศึกษาทีละขั้นตอนอย่าข้ามขั้น จะไม่เก่งอะไรสักอย่างผู้เขียนฟังดูแล้วคิดก็จริงของท่าน นี่คือข้อคิดที่ผู้ใหญ่ผู้รู้แนะนำเพราะเซียนยุคเก่ารู้เฉพาะสิ่งที่ตัวเองชำนาญ เช่นเก่งพระผงถ้าเอาเนื้อดินมาให้ดูท่านไม่ดู ท่านบอกว่าไปให้คนนั้นคนนี้ที่เก่งเนื้อดินดูดีกว่า เพราะท่านไม่ชำนาญเนื้อดินดูไม่ขาดท่านเหล่านี้ยอมรับนับถือท่านจริง ๆ ครับจากประสบการณ์ ที่เล่าสู่กันฟังอาจจะเป็นแนวทางของนักเล่นพระรุ่นน้อง ๆ หรือหลาน ๆ ได้อ่านพอจะเก็บไปเป็นแนวทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการศึกษาเรื่องพระเครื่องซึ่งแตกต่างหลากหลายรูปแบบเพื่อเป็นจุดยืนของตัวเองในการเล่นพระไม่ต้อพึ่งพาคนอื่นให้เป็นที่รำคาญใจของตัวเอง ดีไม่ดีจะถู “เบิกเนตร” ข้อสำคัญเมื่อเรามีจุดยืน ต้องเชื่อมั่นตัวเอง ไม่ช้าคุณจะประสบผลสำเร็จ เรื่องพระเครื่องแน่นอน