ค้นหา เว็ปทั่วไทย ในเว็ปมงคลทิพย์ [ ]    โดย    google
 
พระชัยวัฒน์ประจำรัชกาล
พระพุทธรูปสมัยต่างๆ
พระธาตุเจดีย์ในประเทศไทย
พระพุทธบาทของไทย
พระแท่น
อุทยานประวัติศาสตร์ของไทย
พระพุทธศาสนาใน
ประเทศไทย
วันสำคัญทางศาสนา
รายชื่อวัดไทย
พระพุทธรูปสำคัญของไทย
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปประจำวัน
พระพุทธรูปประจำเดือน
พระพุทธรูปประจำปี
พจนานุกรมพุทธศาสน
 
l
กรณีศึกษา
พระเนี้อชิ้นกรุเก่า
พระนครปรกกรุวัดราชบูรณะ จ. อยุธยา
พระนาคปรก กรุวัดราชบูรณะ จ.อยุธยา เนื้อชินเงิน (นิยม) เจ้าของพระ ศักดิ์ พนัสนิคม

           ปี พ.ศ. 2500 พบพระเนื้อชินเงินชไขขาวขึ้นกรุพระปรางค์ใหญ่วัดราชบูรณะอยุธยา กว่าแสนองค์ขึ้นไปเหตุที่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรต้องขุดเจาะอย่างเป็นทางการนั้น เป็นเพราะจับได้ว่าพวกมารศาสนาได้นำเอาพระขรรค์ทองคำ ไปรำฟ้อนอยู่ในที่สาธารณะและถูกแจ้งจับได้ ความว่าไปได้พระขรรค์ดังกล่าวจากการขุดเจาะหาสมบัติในกรุพระปรางค์ใหญ่หลายครั้งโดยไม่เกรงกลัวกฏหมายบ้านเมือง หนึ่งในพระเนื้อชินยอดนิยมของกรุวัดราชบูรณะที่ขึ้นกรุมาในคราวเปิดกรุอย่างเป็นทางการปี พ.ศ.2500 คือพระนาคปรก

           พระปรางค์ใหญ่ วัดราชบูรณะ อยุธยา เป็นสถาปัตยกรรมวิวัฒน์จากพระปรางค์ขอม พงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า เจ้าสามพญาเป็นผู้สร้างหรือสถาปนาเมื่อปี พ.ศ. 1967 เพื่ออุทิศเป็นส่วนบุญส่วนกุศลให้กับพระเชษฐาธิราช คือ เจ้าอ้าย และ เจ้ายี่ ซึ่งกระทำยุทธหัตถีแย่งชิงราชสมบัติกันจนขาดคอช้างสวรรคตทั้งสองพระองค์ ถ้าพระเนื้อชินจำนวนหลายหมื่อองค์ดังกล่าว รวมทั้งพระนาคปรกอีกหลายแบบหลายพิมพ์ ซึ่งพระเนื้อชินเงินนั้นเป็นพระอุทเทสิกะเจดีย์ที่เจ้าสามพญาทางสร้างจริง ก็หมายความว่าพระนาคปรกในคอลัมน์นี้ก็เป็นพระสกลกษัตริย์มีค่าควรแก่การศึกษาและสะสมเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล

           แต่บางกระแสกล่าวว่า พงศาวดารนั้นเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อกพระมหากษัตริย์ ความจริงบางอย่างเขียนลงไปไม่ได้ บางอย่างก็บิดเบือนไปด้วยเหตุที่ว่า ถ้าบทความข้อคิดข้อเขียนตอนใดในพงศาวดารเป็นความจริงที่เจ้านายชั้นสูงในสมัยนั้นไม่สบอารมณ์ นักเขียนหรืออาลักษณ์ผู้เขียนพงศาวดารก็มีหวังคอขาดเอาง่าย ๆ ตัวอย่างเช่น พระปรางค์ใหญ่วัดราชบูรณะ อยุธยา อันเป็นกรุพระนาคปรกองค์นี้ ที่พงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า สถาปนาโดยเจ้าสามพญานั้นอาจจะไม่จริง เพราะเหตุผลสองสามประการ ประการแรกชื่อวัดคือ วัดราชบูรณะ แปลว่า พระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้บูรณะปฏิสังขรร์ แต่ก็ยังมีข้อแย้งได้ว่า พระองค์อาจเป็นผู้สร้างแล้วมีกษัตริย์รัชกาลต่อมา ซึ่งอาจมีเชื้อพระวงศ์เป็นผู้บูรณะและตั้งชื่อใหม่ว่า วัดราชบูรณะ ส่วนชื่อวัดเดิมถูกลืมลืนไปตามกาลเวลา

พระนาคปรก 4 ขด
ฐานบัวล่าง ชินเงิน กรุราชบูรณะ อยุธยา
พระนาคปรก ชินเงิน
วัดราชบูรณะ อยุธยา
พระนาคปรก 4 ขด ฐานนั่ง
ชินเงิน วัดราชบูรณะ อยุธยา
พระนาคปรก ชินเงิน
วัดราชบูรณะ อยุธยา
พระนาคปรก ชินเงิน
วัดราชบูรณะ อยุธยา
พระนาคปรก ชินเงิน
วัดราชบูรณะ อยุธยา
พระนาคปรก ชินเงิน
วัดราชบูรณะ อยุธยา
พระนาคปรก ชินเงิน
วัดราชบูรณะ อยุธยา

            พระกรุวัดราชบูรณะอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นพระเนื้อชินหรือบางทีก็เรียกชินปรอท ออกสีชาววาววับเป็นประกายเหมือนของใหม่ แต่จริงๆ แล้วเสื่อมสภาพ หรือ "หมดยาง" พระเครื่องประมาณแสนองค์จึงน่าจะมีเหลือไว้ไม่เกิน 20-30 เปอร์เซ็นต์ เพราะส่วนใหญ่ชินหมดยางกรอบและพุพัง นอกจากนี้เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรไม่ทราบว่านำออกมาขายจำนวนเท่าใด ที่จัดว่าอยู่ในสภาพดีนั้นส่องด้วยกล้องจะพบสนิมขุมและรอยร้าวคล้ายใยแมงมุม ภายใต้ไขขาวและบางองค์มีสนิมแดงปะปราย แต่จำนวนนมากหลายแบบพิมพ์ผูกร่อนหมดสภาพและถ้าเชื่อตามพงศาวดารตอนนี้ พระเนื้อชินทั้งหลายก็มีอายุ 582 ปี ล่วงมาแล้วนักพุทธศิลป์นิยมส่วนใหญ่ก็ไม่เกี่ยงเรื่องราคาหากไม่สูงเกินไป เพราะคุณค่าของพระกรุเก่ามิได้อยู่แค่พุทธศิลป์ ประวัติศาสตร์โบราณคดีที่แฝงอยู่ แต่ยังอยู่ที่ความเก่าแก่นี่แหละ ถ้าสภาพดีอย่างพระนาคปรกองค์นี้ ก็นับเป็นโชคดีของชีวิตถ้ามีโอกาสได้เป็นเจ้าของ
 

 

   
หน้า 1