ปี พ.ศ. 2500 พบพระเนื้อชินเงินชไขขาวขึ้นกรุพระปรางค์ใหญ่วัดราชบูรณะอยุธยา กว่าแสนองค์ขึ้นไปเหตุที่เจ้าหน้าที่กรมศิลปากรต้องขุดเจาะอย่างเป็นทางการนั้น เป็นเพราะจับได้ว่าพวกมารศาสนาได้นำเอาพระขรรค์ทองคำ ไปรำฟ้อนอยู่ในที่สาธารณะและถูกแจ้งจับได้ ความว่าไปได้พระขรรค์ดังกล่าวจากการขุดเจาะหาสมบัติในกรุพระปรางค์ใหญ่หลายครั้งโดยไม่เกรงกลัวกฏหมายบ้านเมือง หนึ่งในพระเนื้อชินยอดนิยมของกรุวัดราชบูรณะที่ขึ้นกรุมาในคราวเปิดกรุอย่างเป็นทางการปี พ.ศ.2500 คือพระนาคปรก
พระปรางค์ใหญ่ วัดราชบูรณะ อยุธยา เป็นสถาปัตยกรรมวิวัฒน์จากพระปรางค์ขอม พงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า เจ้าสามพญาเป็นผู้สร้างหรือสถาปนาเมื่อปี พ.ศ. 1967 เพื่ออุทิศเป็นส่วนบุญส่วนกุศลให้กับพระเชษฐาธิราช คือ เจ้าอ้าย และ เจ้ายี่ ซึ่งกระทำยุทธหัตถีแย่งชิงราชสมบัติกันจนขาดคอช้างสวรรคตทั้งสองพระองค์ ถ้าพระเนื้อชินจำนวนหลายหมื่อองค์ดังกล่าว รวมทั้งพระนาคปรกอีกหลายแบบหลายพิมพ์ ซึ่งพระเนื้อชินเงินนั้นเป็นพระอุทเทสิกะเจดีย์ที่เจ้าสามพญาทางสร้างจริง ก็หมายความว่าพระนาคปรกในคอลัมน์นี้ก็เป็นพระสกลกษัตริย์มีค่าควรแก่การศึกษาและสะสมเป็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูล
แต่บางกระแสกล่าวว่า พงศาวดารนั้นเป็นหนังสือที่เขียนขึ้นเพื่อกพระมหากษัตริย์ ความจริงบางอย่างเขียนลงไปไม่ได้ บางอย่างก็บิดเบือนไปด้วยเหตุที่ว่า ถ้าบทความข้อคิดข้อเขียนตอนใดในพงศาวดารเป็นความจริงที่เจ้านายชั้นสูงในสมัยนั้นไม่สบอารมณ์ นักเขียนหรืออาลักษณ์ผู้เขียนพงศาวดารก็มีหวังคอขาดเอาง่าย ๆ ตัวอย่างเช่น พระปรางค์ใหญ่วัดราชบูรณะ อยุธยา อันเป็นกรุพระนาคปรกองค์นี้ ที่พงศาวดารกรุงศรีอยุธยากล่าวว่า สถาปนาโดยเจ้าสามพญานั้นอาจจะไม่จริง เพราะเหตุผลสองสามประการ ประการแรกชื่อวัดคือ วัดราชบูรณะ แปลว่า พระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้บูรณะปฏิสังขรร์ แต่ก็ยังมีข้อแย้งได้ว่า พระองค์อาจเป็นผู้สร้างแล้วมีกษัตริย์รัชกาลต่อมา ซึ่งอาจมีเชื้อพระวงศ์เป็นผู้บูรณะและตั้งชื่อใหม่ว่า วัดราชบูรณะ ส่วนชื่อวัดเดิมถูกลืมลืนไปตามกาลเวลา |