อาลัยรักแด่...ท่านปัญญานันทภิกขุ
เช้าของวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา วงการพระสงฆ์ของเมืองไทยได้สูญเสียพระอริยสงฆ์ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตาธรรมอีกรูปหนึ่ คือ "พระปัญญานันทมุนี" หรือ ที่เราชาวพุทธรู้จักกันดีในนามของ "หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ" พระนักเทศน์ผู้ปราดเปรื่องในหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และล่าสุดก่อนที่ท่านจะละสังขารมรณะภาพท่านได้เลื่อนสมณะศักดิ์มาอยู่ที่ชั้นยศ "พระพรหมมังคลาจารย์" คุณาณุประโยชน์ต่างๆที่ท่านได้ทำและทิ้งไว้กับพุทธศาสนิกชนรุ่นหลังน้น มีอยู่มากมายนานับประการ หากจะร้อยเรียงเป็นตัวหนังสือถ่ายทอดออกมาให้ใครต่อใครได้ศึกษานั้นรับรองว่ามีอยู่มากมายมหาศาล เพราะชั่วชีวิตของท่านในร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่บรรพชาเป็นสามเณรจนกระทั่งบวชเป็นพระภิกษุจนท่านได้ละสังขารสิริรวมอายุ 96 ปี 76 พรรษา ท่านได้สร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพระศาสนาแะลสาธารณะประโยชน์ต่างๆ ไว้มากมาย จนยากที่จะหาพระภิกษุสงฆ์ในยุคปัจจุบันเทียบเคียงได้ เพราะช่วงชีวิตของท่านนั้น ภายในจิตใจมีแต่คำว่าเสียสละและส่งเสริมให้คนเป็นคนดีอีกทั้งท่านยังเป็นพระภิกษุสงฆ์องค์แรกที่ได้นำธรรมะไปเผยแผ่ยังต่างประเทศในแถบยุโรป ให้ได้รู้จักกับศาสนาพุทธอีกด้วยนอกจากนั้นท่านยังเป็นพระที่ปฏิรูปการเทศน์แบบใหม่ที่ไม่ต้องนั่งอยู่แต่บนธรรมาสน์ถือใบลานบรรยายธรรมะ แต่ท่านสามารถที่จะบรรยายธรรมะที่ใหนก็ได้ตามคำเชิญของพุธทศาสนิกชนอย่างเช่น ศาลาปฏิบัติธรรม หน่วยงานราชการ โรงเรียน และสถานที่ต่าง ๆ โดยที่ถือหลักที่ว่า" ธรรมะอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง ที่ใดเข้าถึงธรรมะ ที่นั่นเข้าถึงชีวิต " และทุกครั้งที่หลวงพ่อท่านไปแสดงปาฐกถาธรรมในสถานที่ต่าง ๆ ท่านก็มักจะใช้คำพูดแบบเรียบง่ายฟังแล้วทุกคนเข้าใจดี ไม่อ้างคำบาลีมากมายจนเข้าใจยาก และฟังไม่รู้เรื่อง เป็นพระที่ต่อต้านการนำพระพุทธศาสนามาหากินหรือหลอกลวงชวนเชื่อให้งมงาย เป็นพระผู้สืบทอดเจตนารมร์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริง แม้สังขารและชีวิตของหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุจะลาลับดับโลกนี้ไปแล้ว แต่ธรรมะที่ท่านได้เคยสอนสั่งให้กับพุทธศาสนิกชนทั้งหลายก็ยังคง |