ค้นหา เว็ปทั่วไทย ในเว็ปมงคลทิพย์ [ ]    โดย    google
 
เปิดตำนาน จตุคาม รามเทพ
คาถาบูชาองค์พ่อจตุคาม
ประวัติ ขุนพันธรักษ์ราชเดช
ตำนานท้าวพังพะกาฬ
จตุคาม รามเทพ

เปิดตำนาน จตุคาม รามเทพ

             ในปี พ.ศ. 2528 ที่วัดนางพญา จังหวัดนครศรีธรรมราชเมื่อมีการประทับผ่านรางทรง สมัยนั้นมีกลุ่มพ่อค้าชาวจีน 4-5 คนในจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่นิยมชมชอบการเสี่ยงโชค ได้เดินทางไปชมการทรงเจ้าของคนกลุ่มหนึ่ง ที่วัดนางพญา บ้านปากนคร โดยการเดินทางครั้งนั้นท่านสรรเพชร ธรรมาธิกุล (ยศในขณะนั้น) ได้เดินทางไปสังเกตการณ์ด้วย ในการทรงเจ้าในคืนหนึ่งปรากฏว่ามีวิญญาณมาประทับร่างทรงและบอกผ่านร่างทรงว่า “กูคือพระยาชิงชัยเป็นแม่ทัพรักษาเมืองด้านทิศตะวันออก” ท่าน สรรเพชร ยังไม่ปักใจเชื่อ ท่านจึงใช้ธูป 1 กำมือจุดไฟแดงไปที่แขนของร่างทรง ร่างทรงก็ยังนิ่งเฉย ไม่แสดงอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด จึงสร้างความประหลาดใจแก่ร่วม เหตุการณ์ในครั้งนั้น
             ในคืนวันต่อมา ท่านสรรเพชรก็ได้ร่วมเดินทางมาด้วย ดวงวิญญาณที่มาประทับทรงในครั้งนี้มิใช่ใคร พระยาชิงชัย แต่เป็นใครก็มิทราบบอกผ่านร่างทรงว่า “กูใหญ่กว่าอ้ายชิงชัย มันมาโม้ให้พวกสูฟัง กูนี่แหละใหญ่กว่ามึงไปหากระดาษมาวาดใบหน้ากู กูจะบอกลักษณะแล้วพวกสูไปถามอ้ายหนวด อ้ายหนวดรู้จักดี”
             ทุกคนในที่นั้นล้วนรู้ดีว่า “อ้ายหนวด” ที่ว่านี้หมายถึงท่านพลตรี ขุนพันธ์ รักษ์ราชเดช อดีตมือปราบผู้เกรียงไกร มีวิชาอาคมขลังและคงกระพันชาตรี
ในวันรุ่งขึ้น ท่านสรรเพชรและคณะได้เดินทางไปที่บ้านของท่านขุนพันธ์ฯ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับสถานีตำรวจในซอยราชเดช มาถึงหน้าประตูรั้วก็ปรากฏว่าท่านขุนพันธ์ฯยืนรออยู่ก่อนแล้วท่านขุนพันธ์ฯได้สอบถามถึงสาเหตุแห่งการมาเยือนในครั้งนี้ ท่านสรรเพชรได้ยื่นแผ่นกระดาษซึ่งวาดใบหน้าของดวงวิญญาณในร่างทรงเมื่อคืนมาให้ดูพร้อมกับถามว่านี่คือรูปของผู้ใด              ท่านขุนพันธ์ฯเห็นรูปถึงกับสะดุ้งและมีอาการตื่นเต้น รูปนี้แท้จริงคือรูปของอดีตกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรศรีวิชัยมีพระนามว่า องค์จตุคามรามเทพ หรือ จันทรภาณุ
             คืนที่สาม ณ วัดนางพญา ก็ปรากฏว่าองค์จตุคามรามเทพที่ท่านขุนพันธ์ฯ กล่าวถึงก็ได้มาประทับอีกครั้งหนึ่ง ด้วยกริยาท่าทางที่ดูดุและบอกว่า “บ้านเมืองลุกเป็นไฟ กูรอมึงมาพันปีแล้ว กูอยากให้มึงช่วยสร้างหลักเมืองทำจากไม้ตะเคียนทอง งอกอยู่ทางทิศเหนือของเมืองนครฯ บัดนี้รอมึงอยู่ และนี่คือการเริ่มต้นของตำนานและความศักดิ์สิทธิ์ของ “องค์จตุคามรามเทพ”ที่กล่าวขานกันมาหลายสิบปีตั้งแต่นั้นมา
             จตุคามรามเทพ ตามคติความเชื่อที่ว่าพระมหากษัตริย์คือนิรมาณกายหรืออวตารแห่งพระโพธิสัตว์ ตามหลักพุทธศาสนาฝ่ายมหายานซึ่งแพร่หลายกันในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยเมื่อพันกว่าปีก่อนองค์กษัตริย์ที่ทรงเป็นพระเทวราชโพธิสัตว์แห่งอาณาจักรทะเลใต้ คือพระเจ้าจันทรภาณุ ได้รับสมญานามว่า “ราชันดำแห่งทะเลใต้”ด้วยเชื่อว่าอาณาจักรศรีวิชัยอยู่ติดกับทะเลชวาและพระวรกายของพระองค์มีสีเข้ม
             พระเจ้าจันทรภาณุ เป็นกษัตริย์ที่มีชื่อเสียงพระองค์หนึ่งของนครศรีธรรมราช ในสมัยอาณาจักรพรลิงค์มีความเจริญรุ่งเรืองทางศาสนาและเป็นเมืองแห่งนักปราชญ์ มีแสนยานุภาพทางทหารโดยเฉพาะกองทัพเรือสามารถยกกองทัพไปตีลังกาถึงสองครั้ง
ท่านมีบริวารเป็นทหารกล้าสี่คน คือ พญาชิงชัย พญาหลวงเมือง พญาสุขุม พญาโหรา เป็นกำลังหลักในการปราบปรามพวกพราหมณ์ที่ปกครองเมืองพรลิงค์อยู่ก่อน
เมื่อได้บ้านเมืองแล้วจึงสร้างพระบรมธาตุฯสถาปนาเมือง 12 นักษัตร กรุงศรีธรรมโศก ลงหลักปักฐานพระพุทธศาสนาอย่างถาวรบนแผ่นดินศรีวิชัย-สุวรรณภูมิ จนได้รับเทิดพระเกรียรติให้เป็น “พญาศรีธรรมาโศกราช” ภายหลังพระองค์ยังทรงเป็นพระเสื้อเมืองพระทรงเมือง คอยดูแลรักษาพระบรมสารีริกธาตุที่วัดพระบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราช
             จากตำนานเมืองนครศรีธรรมราชและพบหลักฐานที่บริเวณรอบๆ พระบรมธาตุปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองนครศรีธรรมราชได้พบองค์จตุคามรามเทพ ในลักษณะของรูปจำหลักที่บานประตูไม้ทั้งสอง ที่ทางขึ้นลานประทักษิณเทพและบริวารรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์
พล.ต.ท.สรรเพชร ธรรมมาธิกุล ท่านได้ติดตามเรื่องราวความเป็นมาของ องค์จตุคามรามเทพ ท่านอธิบายว่า “เทวดารักษาเมืองหรือเทพประจำหลักเมืองนครศรีธรรมราชคือ จตุคามรามเทพหรือจันทรภาณุ ผู้ซึ่งตั้งดินฟ้าสถาปนากรุงศรีธรรมโศกศูนย์กลางแห่งศรีวิชัย ตามพระนามาภิไธยฐานันดร จัทรภาณุ ที่เชื่อกันว่าองค์จตุคามรามเทพ เปรียบเสมือนผู้มีอำนาจดังพระอาทิตย์และพระจันทร์ถือ อาญาสิทธิ์รูปราหูอมจันทร์และวัฏจักรสิบสองนักษัตรเป็นสัญลักษณ์อันเป็นตราประจำเมืองนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน

ข้อมูลอ้างอิงจาก นิตยสารพระเครื่อง พิมพ์นิยม จตุคาม รามเทพ