ตำนานท้าวพังพะกาฬ
ท้าวพังพะกาฬ เป็นวีรบุรุษ นักรบ กู้ชาติ แห่งกรุงศรีวิชัย (เมืองช้างค่อม ศิริธมราช) หรือเมือง 12 นักษัตร ใจกลางคาบสมุทรทะเลใต้ วีรบุรุษนักรบ ซึ่งชาวทะเลใต้ยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งการใช้ดาบเป็นอาวุธกู้ชาติ เคยมีแก้วพญานาคราชเป็นคู่ชีวิต จากตำนานองค์เมืองช้างค่อมศรีวิชัย
ศิริธมราช และตำนานเมือง พะโค๊ะ ท่านท้าวพังพกาฬ และหลวงปู่ทวด แม้จะห่างคนละยุค แต่มีส่วนคล้ายคลึงกันมาก คือ เป็นชาวทะเลใต้เกิดในดินแดนศรีวิชัย และทั้งสองท่านเป็นผู้ก็ชาติ ท่านหนึ่งกู้ชาติโดยการใช้อาวุธ ส่วนอีกท่านหนึ่งกู้ชาติโดยใช้สติปัญญา
เมืองศรีวิชัยช้างค่อม (นครศรีธรรมราช) ซึ่งตั้งเป็นอาณาจักรโดยลูกชายของพระเจ้าจันทรภาณุ กษัตริย์องค์สุดท้าย ของอาณาจักรสุวรรณภูมิ และเมืองสุโขทัย ซึ่งตั้งโดย ขุนศรีนาวนำถม ลูกเขยของขุนหายบุญไทย ทั้ง 2 เมือง เป็นสายเลือดของสุวรรณภูมิ เป็นพี่น้องกัน และติดต่อกันทั้งทางด้านการเมือง ด้านวัฒนธรรม และด้านการศาสนา แต่ความยิ่งใหญ่ของเมืองศรีวิชัย ก็ต้องอ่อนกำลังลงตามกฎของไตรลักษณ์ คือ เกิด ตั้งอยู่ และดับไป เมื่อประมาณ ปีพ.ศ.1700-1800 ปี เมืองศรีวิชัยแพ้ศึกชวา ต้องส่งส่วยไข่เป็ดอยู่นาน แต่ก็บังเกิดคนดีขึ้นในแผ่นดินศรีวิชัย ที่ตำบลพเตียน ทางทิศตะวันตกของพระบรมธาตุเจดีย์
พังพะกาฬได้ถือกำเนิดขึ้นในตระกูลชาวนาที่ยากจน ขณะยังเป็นทารกแบเบาะ พ่อแม่ได้ออกทำนาโดยผูกเปลไว้โคนต้นไม้ ขณะทำนาอยู่ไม่ไกลได้เห็นงูจงอางตัวใหญ่กำลังขดตัวพันรอบเปล ด้วยความตกใจจึงได้ตะโกนเสียงดังขับไล่งูจงอางใหญ่จึงได้เลื้อยหนีหายไป พ่อแม่จึงได้รีบวิ่งมาดูปรากฏว่าทาราน้อย ยังหลับอยู่แต่อัศจรรย์ที่ข้างตัวมีลูกแก้วแวววาวอยู่หนึ่งลูก จึงเชื่อว่างูจงอางตัวนั้นแท้ที่จริงเป็นงูเทวดาคาบแก้วมาให้จึงตั้งชื่อลูกว่า พังพะกาฬ
พังพะกาฬ เจริญวัยด้วย สติปัญญาที่เหนือเด็กทั่วไปสนใจใฝ่ศึกษาวิชาคาถาอาคม อยู่มาวันหนึ่ง พังพะกาฬและเพื่อน ได้มาเล่นตามจับปลาในนา และให้สัญญาแก่กันว่าถ้าปลาออกทางผู้ใด ผู้นั้นจะต้องถูกตัดหัว โดยพังพะกาฬจะเป็นผู้ตัดหัวเอง และเมื่อปลาออกทางหว่างขาของเด็กชายคนหนึ่ง พังพะกาฬก็ทำหน้าที่เป็นคนตัดหัวเพื่อน โดยเอาดาบภาเข ซึ่งเป็นต้นไม้เนื้ออ่อน เมื่อพังพะกาฬใช้ดาบไม้ตัดหัวเพื่อนขาด พ่อแม่ของเด็กที่ตายจึงไปบอกกรมเมือง กรมเมืองไปบบอกพระราชา พระองค์ทรงเห็นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ จึงรับพังพะกาฬเป็นบุตรบุญธรรม ด้วยเล็งเห็นว่าคงเป็นผู้มีบุญมาเกิด ในแผ่นดินศรีวิชัยเป็นแน่แท้
เมื่อพังพะกาฬเป็นหนุ่ม สามารถรับใช้ชาติได้ จึงไม่ส่งส่วยให้ชวาอีก ทัพชวาจึงยกกองเรือมารบ พระราชาให้พังพะกาฬเป็นแม่ทัพในการรบ พังพะกาฬสามารถฆ่าทหารชวาวันละหลายสิบคน โดยที่ทหารชวาไม่เห็นตัวพังพะกาฬ ซึ่งจากตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันมาว่า พังพะกาฬขึ้นไปยืนบนเขา แล้วแกว่งดาบกลางอากาศ ลักษณะใช้วิชาอำพรางร่างฟันศัตรู ทำให้ชาวศรีวิชัยยกย่องพังพะกาฬเป็นเทพแห่งอาวุธ เมื่อทหารชวาตายเป็นจำนวนมากทัพจึงแตกหนีไป ศรีวิชัยจึงได้รับเอกราชคืนมา พระราชาจึงให้ความดีความชอบพังพะกาฬ โดยให้ครองเมืองทางฝ่ายตะวันตก จากองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ไปจรดภูเขา ชาวเมืองต่างพากันยกย่องให้ พังพะกาฬเป็นเทพ โดยเรียกชื่อว่า ท้าวพังพะกาฬ
|